เตือนพื้นที่สีแดง! กรมอุตุฯ ประกาศแล้ว 16 จังหวัด จ่อฝนถล่มหนัก


วันที่ 22 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 เตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569 โดยในช่วงวันที่ 22-25 ตุลาคม ภาคตะวันออกและภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม

สาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าวมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ขณะเดียวกัน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย

นอกจากสถานการณ์ฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 3 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาจึงเตือนชาวเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันอันตรายจากคลื่นลมแรง

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงวันที่มีสภาพอากาศแปรปรวนด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศดังกล่าวออกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. โดยกรมอุตุนิยมวิทยากำหนดออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนือ: ร้อยละ 10 จ.พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ร้อยละ 20 จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: ร้อยละ 40 จ.ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

ภาคตะวันออก: ร้อยละ 60 จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): ร้อยละ 60 จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ร้อยละ 60 จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ร้อยละ 40