เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ออกประกาศฉบับที่ 181 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ประกาศดังกล่าวยกเลิกประกาศฉบับที่ 178 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 พร้อมกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศและนำเข้า เพื่อใช้ภายในประเทศ ในอัตราเดียวกัน ดังนี้
- เบนซิน ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 7.81 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 95 ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.35 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.35 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.22 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 รับเงินชดเชยลิตรละ 1.32 บาท
- น้ำมันก๊าด ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.10 บาท
- ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา รับเงินชดเชยลิตรละ 3.90 บาท
- ดีเซลหมุนเร็ว B20 รับเงินชดเชยลิตรละ 5.82 บาท
- ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาพรีเมียม ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.50 บาท
- ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ได้รับอนุญาตให้ผสมไบโอดีเซลต่ำกว่าเกณฑ์ ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.00 บาท
- ดีเซลหมุนช้า ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.20 บาท
- น้ำมันเตา ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.06 บาท
สำหรับดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ได้รับอนุญาตให้ผสมไบโอดีเซลต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องเป็นน้ำมันที่กรมธุรกิจพลังงานออกหนังสือรับรองให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
นอกจากนี้ ยังกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนและเงินชดเชยคืนกองทุน สำหรับน้ำมันที่เคยส่งเงินเข้าหรือได้รับเงินชดเชยแล้ว และมีเหตุได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน โดยใช้อัตราตามชนิดน้ำมันข้างต้น หากเป็นน้ำมันส่งออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่สามารถตรวจสอบอัตราเดิมได้ ให้ใช้อัตราที่กำหนดในประกาศนี้
ทั้งนี้ น้ำมันเบนซินตามประกาศไม่รวมส่วนที่จะนำไปผสมเอทานอลเพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์ ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและ B20 ไม่รวมดีเซลพื้นฐานที่จะนำไปผสมไบโอดีเซลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
ประกาศลงนามโดยนางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเป็นการกำหนดอัตราเงินกองทุนสำหรับน้ำมันแต่ละประเภท ไม่ใช่การประกาศปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการโดยตรง
