โดย Frank’s Sign ถูกตั้งชื่อตาม ดร.แซนเดอร์ส ที. แฟรงก์ แพทย์ชาวอเมริกัน ที่สังเกตพบรอยพับลักษณะนี้ในผู้ป่วยโรคเจ็บหน้าอกจากหัวใจ ก่อนกลายเป็นประเด็นที่มีการศึกษาต่อว่า ลักษณะภายนอกดังกล่าว อาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของหลoดเลืนดหรือไม่
งานวิจัยหลายฉบับ พบความสัมพันธ์ระหว่าง Frank’s Sign กับโรคหลoดเลืนดหัวใจ รวมถึงโรคหัวใจขาดเลืoด และมีการศึกษาบางส่วนที่พบความเกี่ยวข้องกับโรคหลนดเลืoดสมอง และภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาเหล่านี้ ยังไม่สามารถยืนยันว่า Frank’s Sign เป็นสาเหตุของโรคโดยตรง
ด้าน ผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่แนะนำให้ใช้รอยพับที่ติ่งหูเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคหัวใจ เพราะคนที่มี Frank’s Sign ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นโรคหัวใจ หรือ เกิดหัวใจวาย และรอยพับดังกล่าว ยังพบได้มากขึ้นตามวัยจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง และ เนื้อเยื่อ
ดังนั้น หากสังเกตพบรอยพับที่ติ่งหู ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป แต่ควรใช้เป็นโอกาสหันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจ ควบคุมความดัน ไขมัน และน้ำตาล งดสูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
ข้อมูลจาก nih.gov
ภาพ จาก nih.gov
เรียบเรียงโดย news.in.th





