ตู้เย็นเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราสามารถเก็บวัตถุดิบและอาหารปรุงสุกไว้รับประทานในภายหลังได้ แต่การนำอาหารไปแช่เย็นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่มีข้อจำกัด หากทิ้งไว้นานเกินไป หรือจัดเก็บไม่เหมาะสม อาหารอาจเสื่อมคุณภาพและเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ได้
หลายครอบครัวมักเก็บอาหารที่เหลือเอาไว้เพราะไม่อยากทิ้ง โดยเฉพาะอาหารที่ยังดูเหมือนปกติ อย่างไรก็ตาม สี กลิ่น หรือหน้าตาของอาหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้เสมอว่าอาหารนั้นปลอดภัยหรือไม่ การเก็บอาหารให้ถูกอุณหภูมิและรับประทานภายในระยะเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
3 กลุ่มอาหารที่ควรระวังเมื่อต้องเก็บไว้นาน1. ผักดองและอาหารหมักดองที่เก็บไว้นาน
อาหารประเภทผักดองและของหมักดองหลายชนิดมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง หากรับประทานเป็นประจำในปริมาณมาก อาจทำให้ได้รับโซเดียมเกินความต้องการ และไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมความดันโลหิตหรือมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง
นอกจากนี้ หากเปิดภาชนะแล้วนำไปเก็บต่อเป็นเวลานานโดยไม่รักษาความสะอาด ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดการปนเปื้อนได้ ดังนั้นควรสังเกตวันหมดอายุ วิธีเก็บรักษา และคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
หน่อไม้และผักที่ผ่านการต้ม แช่น้ำ หรือแปรรูปสามารถเก็บไว้รับประทานภายหลังได้ในบางกรณี แต่ต้องจัดเก็บอย่างถูกสุขลักษณะและไม่ปล่อยทิ้งไว้นานเกินคำแนะนำ
หากอาหารถูกเก็บในภาชนะที่ไม่สะอาด หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ก็อาจเกิดการปนเปื้อนได้ โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการปรุงแล้วและถูกนำเข้าออกจากตู้เย็นหลายครั้ง
ก่อนรับประทานควรตรวจสอบสภาพอาหาร หากพบกลิ่นผิดปกติ มีเมือก สีเปลี่ยนอย่างชัดเจน หรือมีลักษณะที่น่าสงสัย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานและทิ้งไปจะปลอดภัยกว่า
3. อาหารปรุงสุกที่เก็บไว้นานและนำมาอุ่นซ้ำบ่อยครั้ง
อาหารปรุงสุกที่เหลือจากมื้อก่อนสามารถนำไปแช่เย็นเพื่อรับประทานภายหลังได้ แต่สิ่งสำคัญคือควรนำเข้าตู้เย็นโดยเร็วหลังรับประทาน และเก็บในภาชนะที่สะอาดและปิดมิดชิด
การนำอาหารออกมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน ๆ แล้วนำกลับไปแช่เย็นซ้ำหลายครั้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ การอุ่นอาหารจึงควรอุ่นเฉพาะปริมาณที่จะรับประทาน และไม่ควรนำอาหารที่เก็บไว้นานเกินคำแนะนำมาฝืนกินเพียงเพราะเสียดาย
หลายคนเข้าใจว่าการนำอาหารเข้าตู้เย็นจะช่วยรักษาอาหารให้ปลอดภัยได้ไม่จำกัดระยะเวลา แต่ความจริงแล้วความเย็นเพียงช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิด ไม่ได้หยุดกระบวนการเสื่อมเสียของอาหารทั้งหมด
ดังนั้นอาหารแต่ละประเภทจึงมีระยะเวลาการเก็บรักษาที่เหมาะสมแตกต่างกัน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการเก็บรักษาเป็นหลัก ไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
วิธีเก็บอาหารในตู้เย็นให้ปลอดภัยขึ้น
- ปรุงอาหารในปริมาณที่เหมาะกับจำนวนคน เพื่อไม่ให้เหลือมากเกินไป
- นำอาหารที่ปรุงสุกแล้วเข้าตู้เย็นโดยเร็ว ไม่ควรวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน
- แบ่งอาหารใส่ภาชนะสะอาดและปิดให้มิดชิดก่อนนำไปแช่เย็น
- แยกอาหารดิบออกจากอาหารที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนข้าม
- หมั่นตรวจสอบอาหารที่เก็บไว้ และจัดลำดับให้รับประทานอาหารที่ควรใช้ก่อน
- หากอาหารมีลักษณะผิดปกติหรือไม่แน่ใจว่าเก็บไว้นานเกินไปหรือไม่ ควรเลือกทิ้งแทนการเสี่ยงรับประทาน
ความประหยัดที่ดีต้องไม่แลกด้วยความเสี่ยง
การเก็บอาหารที่รับประทานไม่หมดถือเป็นวิธีช่วยลดขยะและประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยควบคู่กันไป หากอาหารถูกเก็บไว้นานเกินไป หรือผ่านการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม การฝืนรับประทานอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ตามมา
โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรให้ความสำคัญกับความสดใหม่และการจัดเก็บอาหารเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดการเจ็บป่วยจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป
อาหารที่แช่ตู้เย็นไม่ได้หมายความว่าจะเก็บไว้รับประทานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอาหารหมักดอง ผักแปรรูป และอาหารปรุงสุกที่เก็บไว้นานหรือผ่านการอุ่นซ้ำหลายครั้ง ควรตรวจสอบวิธีเก็บรักษาและระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนนำมารับประทาน
การกินอาหารสดใหม่ จัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี และรู้จักทิ้งอาหารเมื่อไม่มั่นใจในความปลอดภัย ล้วนเป็นพฤติกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านอาหารและทำให้ทุกคนในครอบครัวดูแลสุขภาพได้อย่างรอบคอบมากขึ้น




