หลายคนชอบกินผักและพืชน้ำสด เพราะคิดว่าเป็นอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ แต่พืชน้ำบางชนิดที่ปลูกหรือเก็บจากแหล่งน้ำจืดอาจมี ตัวอ่อนพยาธิที่เกาะอยู่บนผิวพืช โดยเฉพาะหากรับประทานแบบดิบหรือปรุงไม่สุก
หนึ่งในความเสี่ยงที่รู้จักกันคือ พยาธิใบไม้ลำไส้ Fasciolopsis buski ซึ่งสามารถติดต่อสู่คนได้จากการกินพืชน้ำจืดที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อเกาะอยู่
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ว่า “กินเพียง 1 ชิ้น เท่ากับรับปรสิต 100,000 ตัว” ไม่ใช่ตัวเลขที่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นข้อเท็จจริง
1. แห้ว หรือ “ลูกแห้ว”
แห้วเป็นพืชน้ำที่สามารถเกี่ยวข้องกับวงจรของพยาธิใบไม้ลำไส้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจืดปนเปื้อน
WHO ระบุว่าพืชน้ำบางชนิด เช่น water chestnut หรือแห้ว สามารถเป็นพืชที่มีระยะตัวอ่อนของ Fasciolopsis buski เกาะอยู่ได้
ดังนั้น การปอกเปลือกแล้วกินสดจากแหล่งที่ไม่มั่นใจเรื่องความสะอาดจึงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด
2. รากบัว
รากบัวเป็นอาหารยอดนิยมและมักนำไปทำได้ทั้งเมนูต้ม ผัด และซุป แต่เนื่องจากเป็นพืชที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การรับประทานแบบดิบจากแหล่งที่ไม่สะอาดจึงมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสิ่งมีชีวิตก่อโรค
WHO ระบุว่าพืชน้ำและพืชกึ่งน้ำบางชนิดสามารถเป็นแหล่งนำพาตัวอ่อนของพยาธิได้ หากปลูกหรือปนเปื้อนจากแหล่งน้ำที่มีเชื้อ
3. ผักคึ่นฉ่ายหรือผักขึ้นฉ่ายที่ปลูกในน้ำ
ผักขึ้นฉ่ายและพืชน้ำอื่น ๆ ที่รับประทานสดควรให้ความสำคัญกับแหล่งเพาะปลูกและความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมาจากพื้นที่ที่ใช้น้ำจืดซึ่งอาจมีการปนเปื้อน
ความเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าผักทุกต้นจะมีพยาธิ แต่ การกินพืชน้ำดิบจากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย เป็นพฤติกรรมที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนให้หลีกเลี่ยง
ทำไมพยาธิจึงเกาะอยู่บนพืชน้ำได้?
วงจรของ Fasciolopsis buski เกี่ยวข้องกับน้ำจืดและหอยน้ำจืด โดยระยะตัวอ่อนจะพัฒนาและไปเกาะอยู่บนพืชน้ำ เมื่อคนรับประทานพืชที่ปนเปื้อนแบบดิบหรือปรุงไม่สุก ก็มีโอกาสกลืนตัวอ่อนเข้าไปและเกิดการติดเชื้อได้
หากติดเชื้อ อาจไม่มีอาการในบางราย แต่การติดเชื้อจำนวนมากสามารถทำให้เกิด ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ไข้ และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในลำไส้ ได้
วิธีลดความเสี่ยงง่ายที่สุด
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลิกกินแห้ว รากบัว หรือผักน้ำทั้งหมด แต่คือ หลีกเลี่ยงการกินพืชน้ำจืดแบบดิบหรือปรุงไม่สุก
ล้างวัตถุดิบให้สะอาดก่อนปรุง
ปรุงพืชน้ำให้สุกทั่วถึง
หลีกเลี่ยงพืชน้ำดิบจากแหล่งน้ำที่ไม่ทราบความสะอาด
ไม่ควรใช้แค่การแช่น้ำหรือล้างผ่าน ๆ แล้วคิดว่าจะกำจัดพยาธิได้ทั้งหมด
หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหารเสี่ยง ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการรับประทานพืชน้ำดิบ
CDC ระบุชัดว่า วิธีป้องกัน Fasciolopsis ที่ง่ายที่สุดคือ ไม่รับประทานพืชน้ำจืดแบบดิบหรือปรุงไม่สุก และควรปรุงด้วยความร้อนจนสุก
ดังนั้น ประเด็นที่ควรจำไม่ใช่ “กิน 1 ชิ้นแล้วจะมีพยาธิ 100,000 ตัว” แต่คือ พืชน้ำที่ปนเปื้อนและรับประทานแบบดิบอาจเป็นช่องทางให้ปรสิตเข้าสู่ร่างกายได้จริง จึงควรให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา ความสะอาด และการปรุงสุกเป็นหลัก.




