ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า กระเจี๊ยบเขียวมีใยอาหารสูง จึงช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ดี แต่หากกินในปริมาณมากเกินไป บางคนอาจมีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือระบบย่อยทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะคนที่ลำไส้ไวต่ออาหารประเภทเส้นใยสูง
นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังมีสารออกซาเลต ซึ่งหากได้รับมากเกินไปในบางคน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัตินิ่วหรือมีปัญหาเกี่ยวกับไตอยู่แล้ว จึงควรกินในปริมาณพอเหมาะ
อีกเรื่องที่แพทย์พูดถึงคือ กระเจี๊ยบเขียวอาจมีผลต่อการดูดซึมยาบางชนิด โดยเฉพาะยาควบคุมน้ำตาลในเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด เพราะใยอาหารและวิตามินบางชนิดอาจรบกวนการออกฤทธิ์ของยาได้ในบางกรณี ผู้ที่มีโรคประจำตัวจึงควรปรึกษาแพทย์หากต้องการกินเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า กระเจี๊ยบเขียวไม่ได้เป็นอาหารอันตราย ตรงกันข้ามยังเป็นผักที่มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เพียงแต่ทุกอย่างควรกินอย่างสมดุลและหลากหลาย ไม่ควรกินซ้ำหรือมากเกินไปจนร่างกายเสียสมดุล
หลายคนยังนิยมดื่ม “น้ำกระเจี๊ยบเขียวแช่น้ำ” ตามกระแสสุขภาพ แต่แพทย์เตือนว่า ไม่ควรเชื่อข้อมูลเกินจริงที่อ้างว่าสามารถรักษาโรคได้ เพราะยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนรองรับในหลายเรื่อง
แม้กระเจี๊ยบเขียวจะเป็นผักที่ดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการกินอย่างพอดีและเหมาะกับร่างกายของตัวเอง เพราะอาหารที่มีประโยชน์ หากกินมากเกินไปหรือไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย ก็อาจให้ผลเสียได้เช่นกัน การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การตามกระแสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสมดุลและความเข้าใจร่างกายของตัวเองมากกว่า





