หลายคนมักคิดว่าอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนหรือมีไข้เล็กน้อยเป็นเพียงผลจากอากาศร้อน ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
แต่แพทย์เตือนว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่กำลังคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิดด้วย
แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจากไต้หวันรายหนึ่งได้เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มวัย 20 กว่าปี ซึ่งกลายเป็นเคสที่น่าเสียดายที่สุดเคสหนึ่งในอาชีพการทำงานของเธอ
มองข้าม 2 อาการอยู่หลายเดือน สุดท้ายพบเป็นมะเร็ง
ชายหนุ่มรายนี้มีสุขภาพแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นกีฬา และแทบไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรง
วันหนึ่งเขาเริ่มมีอาการผิดปกติ 2 อย่างในช่วงเวลากลางคืน ได้แก่
มีไข้เป็นๆ หายๆ
เหงื่อออกมากผิดปกติขณะนอนหลับ
อาการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์
แต่เขาคิดว่าเป็นเพราะอากาศร้อนและการใช้ชีวิตที่เหนื่อยล้า จึงไม่ได้ไปพบแพทย์
แม้ต่อมาจะซื้อยามากินเอง อาการก็ดีขึ้นเพียงชั่วคราว ก่อนกลับมาเป็นอีก
เขาทนอยู่กับอาการเหล่านี้นานกว่า 3 เดือน โดยไม่คิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรง
กระทั่งวันหนึ่ง เริ่มมีอาการบวมบริเวณหลังหู และพบก้อนขนาดใหญ่ที่คอจนเกิดอาการเจ็บปวด
เมื่อไปโรงพยาบาล แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม
แต่เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะเป็นมะเร็ง จึงไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง
เวลาผ่านไปกว่า 1 ปี อาการทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์ยืนยันว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma)
แม้จะได้รับการรักษาในเวลาต่อมา แต่โรคได้ลุกลามไปมากแล้ว
สุดท้ายเขาเสียชีวิตในวัยเพียง 20 กว่าปี สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและทีมแพทย์เป็นอย่างมาก
สัญญาณเตือนของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ไม่ควรมองข้าม
แพทย์ระบุว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักมีอาการเตือนหลายอย่าง เช่น
ต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ
มักพบที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ
ในระยะแรกมักไม่เจ็บ ทำให้หลายคนมองข้าม
เหงื่อออกตอนกลางคืน
เหงื่อออกมากจนเสื้อผ้าหรือที่นอนเปียก แม้อากาศจะไม่ร้อน
มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
ไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ ติดต่อกันหลายวันหรือหลายสัปดาห์
น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
น้ำหนักลดมากกว่า 5-10% ภายในไม่กี่เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
รู้สึกไม่มีแรงแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก
คันตามผิวหนัง หรือมีผื่นผิดปกติ
บางรายอาจมีอาการคันเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
แพทย์เตือนอย่ามองข้ามอาการเล็กๆ
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า อาการเหงื่อออกตอนกลางคืนและไข้เรื้อรังไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป
แต่อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกละเลย โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย
การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมาก
สรุป
เรื่องราวของชายหนุ่มวัย 20 กว่าปีรายนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้อายุยังน้อยก็ไม่ควรมองข้ามสัญญาณผิดปกติของร่างกาย
โดยเฉพาะอาการ "ไข้เรื้อรัง" และ "เหงื่อออกตอนกลางคืน" ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่กำลังซ่อนตัวอยู่โดยไม่รู้ตัว
