ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากหญิง อายุ 47 ปี ผู้ปกครองของเด็กชาย อายุ 13 ปี ว่าเมื่อประมาณวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ตนได้พาลูกชายเข้าแจ้งความ สภ.หนองขาม หลังลูกชายถูกชาย อายุ 35 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากเกิดเหตุจึงได้พาลูกชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งหลังจากแจ้งความเอาไว้กับทางพนักงานสอบสวนแล้วเรื่องกลับเงียบหายไป
อีกทั้งยังทราบข้อมูลมาว่า ผู้ก่อเหตุทำแบบนี้มาหลายครั้งแต่ก็ไม่มีผู้เสียหายคนใดดำเนินการแจ้งความ เนื่องจากเกรงว่าจะอับอาย อีกทั้งยังถูกข่มขู่
ด้านเด็กชาย เล่าว่า วันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ชวนตนไปซื้อของก่อนพาไปที่ลับตาคน และได้ล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง ตนเองพยายามขัดขืนแต่สู้แรงไม่ไหว หลังจากเสร็จภารกิจแล้วชายคนดังกล่าวได้ข่มขู่ตนอยู่หลายครั้ง ทำให้รู้สึกกลัว ก่อนตัดสินใจบอกแม่ให้ทราบ
และมีผู้เสียหายอีก 1 ราย คือ เด็กชาย อายุ 15 ปี เล่าว่า วันเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้พาตัวออกไปด้านนอก ก่อนจะเดินทางไปที่ป่ายูคาลิปตัส ลงมือทำร้ายตนอยู่หลายครั้งจนเกิดรอยฟกช้ำหลายที่
ด้านแม่ของเด็กชาย เผยว่า พอตนทราบเรื่องก็รู้สึกตกใจมาก พาลูกไปแจ้งความกับทางเจ้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม แต่ผ่านมานานเป็นปีก็เงียบหาย จึงอยากจะฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าให้รีบดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีการข่มขู่ทางผู้เสียหายหลายครั้งและเท่าที่ทราบมามีเด็กอีกจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ
ล่าสุด บุ๋มปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ เพื่อเข้าเยี่ยมดูแลสภาพจิตใจของเด็กที่ถูกก่อเหตุทั้งหมดกว่า 10 คน
พร้อมเชิญตัวผู้ก่อเหตุเข้ามาพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีกลุ่มชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างพากันมายืนดูหน้าผู้ก่อเหตุ บางคนถึงขั้นเก็บความโกรธแค้นไม่ไหว พยายามพุ่งเข้าไปทำร้ายผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ช่วยกันห้ามปราม และกั้นพื้นที่ไว้
ด้านผู้ก่อเหตุยอมรับว่าทำจริง อ้างว่าตนเองก็เคยถูกเด็กกลุ่มพวกนี้ทำร้ายร่างกาย ซึ่งสิ่งที่ตัวเองทำไปก็คือป้องกันตัว
บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองทราบเรื่องว่ามีเด็กถูกทำร้ายตั้งแต่เมื่อปลายปี 2567 แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ ตนเองจึงได้ลงพื้นที่เข้ามา ผลปรากฏว่า เมื่อมาถึงก็พบว่าเด็กที่โดนทำร้ายและล่วงละเมิดในหมู่บ้านแห่งนี้ รวมแล้วกว่า 10 ราย และจากการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องแล้ว คาดว่าในวันนี้จะมีการเชิญตัวผู้ก่อเหตุไปรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป
